รถไม่มีประกัน

เอาจริงๆแล้ว ผมอยากมาพูดบทความนี้ถึง ความสำคัญของประกันภาคสมัครใจครับ โดยยกตัวอย่างว่า รถไม่มีประกัน ถ้าไปเกิดเหตุจะเป็นอย่างไร เราจะแบ่งประกันได้เป็น 2 ประเภท คือ ประกันภาคบังคับ(พรบ) และประกันภาคสมัครใจ ทุกอย่างตรงตัวครับ ภาคบังคับคือต้องทำครับ ไม่มีเท่ากับผิดกฎหมายครับ ส่วนภาคสมัครใจ ตามกฎหมายแล้วเราจะทำเป็นชั้นไหน หรือไม่ทำก็ย่อมได้ แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาสิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไรละ ถ้าเราไม่มีประกัน มาดูกันดีกว่าครับ สำหรับใครที่ประกันกำลังจะหมด แล้วคิดว่าไม่ได้ใช้เสียตังค์เปล่าๆ อยากให้ลองอ่านก่อนแล้วค่อยตัดสินใจนะครับ

รถไม่มีประกันเกิดเหตุเป็นฝ่ายถูก

สมมติเราไม่ทำประกันแล้วใช้รถเดินทาง อยู่ดีๆมีรถอีกคันขับมาชนเราเต็มแรงเลย แน่นอนครับ เราเป็นฝ่ายถูกครับ แล้วการเรียกร้องละจะเป็นอย่างไร แบ่งเป็นแบบนี้นะครับ

  1. คู่กรณีมีประกัน ถ้าเป็นแบบนี้ก็ยังดีหน่อยครับ เพราะเราจะได้ใบรับรองความเสียหาย(ใบเคลม)จากประกันคู่กรณี ถึงเวลาเราก็เอาไปจัดซ่อมที่อู่ของประกันคู่กรณีครับ ก็ง่ายหน่อย เพราะยังไงเสียคู่กรณีเขามีประกันจ่ายเงินอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องเดินเรื่องเองทุกอย่างนะครับ
  2. คู่กรณีไม่มีประกัน บอกเลยครับเคสนี้ชวนปวดหัวมากครับ คิดเล่นนะครับ ถ้าเขามีเงิน คงซื้อประกันไปแล้ว ครั้นจะให้มาจ่ายค่าซ่อมรถเรา อิดออดแน่นอนครับทำใจเลย อีกอย่างถ้าตกลงกัน ณ ที่เกิดเหตุไม่ได้ก็ต้องไปโรงพักนะครับ แจ้งความลงบันทึกประจำวันกันครับ สิ่งที่เราต้องทำคือ เอาเงินค่าซ่อมรถเรามาให้ได้ครับ ถ้าไม่ได้ ณ ตอนที่เกิดเหตุเลย ปล่อยเขากลับบ้านไปก่อนผมบอกเลยว่า คุณจะต้องอึดอัดรำคาญใจกับเรื่องนี้ไปอีกนานครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าไม่มีใครอยากมาฟ้อง ขึ้นโรงขึ้นศาลกันด้วยเรื่องแบบนี้แน่นอน

รถไม่มีประกันเกิดเหตุเป็นฝ่ายผิด

เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ครับ ต่อให้ระวังมากซักเท่าไหร่ ถ้าเราพลาดพลั้ง ถึงคราวซวยอะไรก็แล้วแต่ แต่ความเสียหายจริง เกิดขึ้นแล้วครับ การที่เราขับขี่รถไปแล้วเกิดไปชนคนอื่นจะทำอย่างไรดี ประกันก็ไม่มี

  1. คุ่กรณีมีประกัน เบื้องต้น ประกันคู่กรณีเขาจะคำนวนความเสียหายเบื้องต้นให้เราก่อนครับ ว่าค่าเสียหายทั้งหมดเท่าไหร่ เขาจะเรียกเก็บกับเราตรงนั้นเลยครับ แนะนำนะครับ จะต่อรองหรืออะไรทำเลยครับ ถ้ามีจ่ายให้จ่ายไปเลย เพราะว่าถ้าเราจ่ายไปแล้วตามที่ไกล่เกลี่ยกัน หากรถเขาเอาไปจัดซ่อมแล้ว เกิดค่าเสียหายมันเยอะกว่าที่เรียกเก็บเราไป เขาก็จะมาเรียกเก็บกับเราเพิ่มไม่ได้แล้วครับ ถือว่าตกลงกันจบ ณ ที่เกิดเหตุแล้ว เราจ่ายแล้ว แต่ ถ้าเราหาไม่ได้ ไม่มีเงินจริงๆจ่ายตรงนี้ไม่ได้เลย เขาก็จะพาเราไปแจ้งความ ลงบันทึกประจำวันครับ ลงชัดเจนว่าเราเป็นผู้ขับประมาท ทำให้เกิดความเสียหาย เราก็ต้องเซ็นรับเพราะผิดจริง เสียค่าปรับขับประมาทกันไป พอถึงเวลา คู่กรณีเราไปซ่อมรถ ก็จะมีใบเรียกเก็บค่าใช้จ่ายมาที่เราครับ เขาซ่อมไปเท่าไหร่ เสียค่าแรงช่างเท่าไหร่ ค่าอะไหล่เท่าไหร่ ก็จะมีใบแจ้งหนี้มาที่บ้านเราครับ ถ้าเราไม่ติดต่อเพื่อชำระ เขาก็ส่งฟ้องครับ ไม่ต้องห่วงเลย ประกันเขามีเวลาทำเรื่องพวกนี้ครับ เขาเอาเราถึงที่สุดแน่นอนครับ
  2. คู่กรณีไม่มีประกัน ความปวดหัวเราก็จะเข้ามาแล้วครับ ถ้าเราไปเจอคนเอาจริงเอาจัง บอกเลยครับว่าปวดหัว ทุกอย่างจะเป็นความรับผิดชอบของเราทั้งหมด ค่าใช้จ่ายนู้นนี่ ที่คู้กรณีจะเรียกมา มีไม่มียังไงก็เคลียกับเขาไปครับ ถ้าไม่จ่ายเขาจริงๆเขาฟ้องได้นะครับ เชื่อผมยาวแน่นอน

เห็นหรือยังครับ การไม่มีประกันจะเกิดอะไรขึ้น บางคนคิดว่าเป็นค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง ทำไปก็ไม่ได้ใช้ สมมตินะครับ ถ้าจะใช้แล้วเกิดไม่มีขึ้นมาละครับ ทำไงดี อะไรเปลืองกว่ากันครับ นี่ยังไม่รวมถึงเกิดไปชนทรัพย์สินราชการนะครับ ยาวมากบอกเลนครับ ป้าบบอกทาง เสาไฟฟ้า ต้นไม้ข้างทาง ราคาไม่ได้ถูกๆนะครับ แต่ถ้าเรามั่นใจว่าไม่หรอกฉันขับรถดี เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า ได้ใช้แน่ๆ แล้วแต่เลยครับ ผมทำได้เพียงแนะนำครับ แต่จริงๆนะครับ ทำไว้เถอะครับ 3ธรรมดาเบี้ยหลักพันก็ยังดีครับ ไปชนใครเข้าเต็มที่ก็ซ่อมรถตัวเอง ไม่ต้องมาปวดหัวกับคู่กรณี